บลูสกาย

“แจ่มศรี สุกโชติรัตน์”อันธพาลบินไทย…สายเลือด “พันธมิตรฯ”!!!

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา “การบินไทย” ในฐานะที่เป็น “สายการบินแห่งชาติ” ของประเทศไทย แทนที่จะสร้างชื่อเสียงและเป็นหน้าเป็นตาให้กับ “ประเทศไทย”
กลับกลายเป็น “องค์กร” ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย อย่างร้ายแรง
เมื่อ “สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย” นำพนักงานการบินไทย ออกมาจับต้นสังกัดตัวเอง “การบินไทย” และ “ประเทศไทย” เป็น “ตัวประกัน” เพื่อเรียกร้องให้มีการปรับขึ้น “เงินเดือน” และ “โบนัส” จากที่จำนวนที่มีการ “ปรับขึ้นอยู่แล้ว” อีก “เท่าตัว”!!!
โดยขู่ว่า หากไม่มีการดำเนินการตามข้อเรียกร้อง ก็พร้อมที่จะ “พร้อมใจกันหยุดปฏิบัติหน้าที่” โดยไม่สนใจว่า “ผู้ใช้บริการ” และ “ประชาชน” ผู้เป็นเจ้าของ “บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)” จะมี “ความรู้สึก” หรือ “เดือดร้อน” หรืออย่างไร
ซึ่งทันทีที่สิ้นคำประกาศของ “สหภาพแรงงานฯ” และ “พนักงานการบินไทย” ก็มีการแอ๊คชั่นให้เห็น “ตัวอย่าง” ของ “อิทธิพล” ของพนักงานกลุ่มนี้ในทันที
โดยได้ทำให้เกิดปัญหา “กระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารล่าช้า” และ “ตกค้าง” ที่สำคัญคือส่งผลกระทบต่อการ ขึ้น-ลง “เที่ยวบิน” ของสายการบินต่างๆ ในทันที
เหล่า “นางฟ้า-เทวดา” ในสายตาของคนนอก ในคราบของ “สหภาพรัฐวิสาหกิจการบินไทย” ได้กลายสภาพเป็น “นักเลงหัวไม้” จับ “สายการบินแห่งชาติ” พร้อมเอามีดจี้คอ “ประเทศไทย” ให้ปฏิบัติตาม “คำสั่ง” ของตัวเอง
โดยเฉพาะ “หัวหน้าแก๊งอันธพาลการบินไทย” นาม “แจ่มศรี สุกโชติรัตน์” !!!
ซึ่ง “แจ่มศรี” นั้นปัจจุบันเป็น “ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย” โดยเป็นตำแหน่งที่ “แจ่มศรี” ครอบครองมานาน
แม้คนทั่วไปจะไม่ค่อยรู้ว่า “แจ่มศรี” มีผลงานดีเด่นอะไร

96022383

แต่หลายคนจำได้ว่า “แจ่มศรี สุกโชติรัตน์” คือผู้เปิดประตูสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิให้ “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” บุกเข้ายึดในช่วงค่ำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551

ในวันนั้น “แจ่มศรี” บนเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งบุกเข้ายึด “ทำเนียบรัฐบาล” เอาไว้ก่อนหน้านั้นกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “การบินไทยของต้อนรับพี่น้องพันธมิตรฯ สู้สนามบินดอนเมือง”
ซึ่งผลจากการเปิดประตูให้ “พันธมิตรฯ” เข้ายึดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิครั้งนั้นทำให้ “ประเทศไทย” เสียหายแบบไม่สามารถประเมินมูลค่าได้
ที่สำคัญคือ “การบินไทย” ต้นสังกัดของ “แจ่มศรี” เอง เสียหายไม่น้อย
แม้ “แจ่มศรี” จะอ้างว่า เหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วมการชุมนุมกับ “กลุ่มพันธมิตรฯ” ในครั้งนั้น เนื่องจากอดรนทนไม่ได้กับการที่ “รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์” สลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณอาคารรัฐสภา
แต่ภายในการบินไทย รับรู้กันเป็นอย่างดีว่า “แจ่มศรี” นั้นคือ “ฝ่ายตรงข้าม” กับ “รัฐบาลพรรคไทยรักไทย” ที่มี “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรี มาตั้งแต่ไหน !
และมัก “วางก้าม” -“เสียงดัง” ในการบินไทย แสดงความคิดเห็นที่ตรงกันข้าม กับ “ผู้บริหาร” ที่ได้รับการแต่งตั้งมาจาก “รัฐบาลพรรคไทยรักไทย” ตลอดเวลา !!!
ในช่วงแรกๆ “แจ่มศรี” ก็รักษาสภาพความเป็น “ผู้นำแรงงานการบินไทย” ในฐานะ “ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจการบินไทย” แบบเรียบกริบ ไม่เผยไต๋ให้เห็นง่ายๆ
กระทั่ง “แจ่มศรี” ถือวิสาสะประกาศว่า “พนักงานการบินไทย พร้อมต้อนรับพี่น้องพันธมิตรฯ สู่สนามบินแห่งชาติ” ก็ได้ทำให้ “คนการบินไทย” และ “ประชาชน” ส่วนใหญ่ ได้เห็น “เนื้อใน” ดิบ-เถื่อน ชัดเจนมากขึ้น

2013-01-24_151521และผลจากการ “ทุบหม้อข้าวตัวเอง” ของ “แจ่มศรี” ในครั้งนั้น ได้ทำให้ต่อมา ถูกหมายเรียก พร้อมพรรคพวก จำนวน 79 คน ในคดีชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง (อ่านรายละเอียดได้ใน http://hilight.kapook.com/view/50426)
แล้วต่อมาก็ถูก “บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)” ยื่นฟ้อง ร่วมกับ “พี่น้องพันธมิตรฯ” 36 คน เรียกค่าเสียหาย จำนวน 575,229,059 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี กรณีนำผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ บุกสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองเช่นเดียวกัน
แต่วีรกรรม “แจ่มศรี” ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น
เพราะในช่วงที่ “แกนนำพันธมิตรฯ” มีปัญหาระหองระแหงกับ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ช่วงปี 2552 อันเนื่องมาจาก จัด “แบ่งผลประโยชน์” หลัง “ยึดอำนาจรัฐ” มาจาก “รัฐบาลพรรคพลังประขาชน” ไม่ลงตัว กระทั่ง “พันธมิตรฯ” หาข้ออ้างมาโจมตีรัฐบาลอภิสิทธิ์

2013-01-24_151434
“แจ่มศรี” ก็ร่วมกับ “แกนนำพันธมิตรฯ” หลอกใช้ “สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย” ให้มาชุมนุมกดดัน “รัฐบาลอภิสิทธิ์” โดยหยิบยกข้ออ้างการคัดค้าน “การย้ายเที่ยวบินภายในประเทศของการบินไทยจากสนามบินดอนเมืองกลับไปปฎิบัติการบินสนามบินสุวรรณภูมิ”
โดยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2552 “แจ่มศรี” ได้ใช้อำนาจของ “ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจการบินไทย” เรียกประชุมสมาชิกสหภาพฯ แต่เมื่อถูกสมาชิกอีกกลุ่มหนึ่งซักค้าน “แจ่มศรี” จึงประกาศให้สมาชิกทั้งหมดมาชุมนุมยัง “จุดนัดหมาย” หน้าอาคารสำนักงานใหญ่การบินไทย ถนนวิภาวดี
จากนั้นได้เชิญให้ “แกนนำพันธมิตรฯ” อย่าง “สมศักดิ์ โกศัยสุข” ,“ศิริชัย ไม้งาม” และ “สาวิตย์ แก้วหวาน” ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ “สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย” ขึ้นปราศรัยปาวๆ !!!
ทำให้ “สมาชิกสหภาพฯ” ส่วนหนึ่งไม่พอใจ ในพฤติกรรม “ชักศึกเข้าบ้าน” อีกครั้ง ของ“แจ่มศรี” ถึงกับออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยและชุมนุมขับไล่ เรียกร้องให้ออกจากตำแหน่งก็เคยมาแล้ว
โดย “แจ่มศรี” ได้กล่าวหา “พนักงานการบินไทย” ที่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรม “หลอกมาชุมนุม” ของตัวเอง ในครั้งนั้นว่าเป็น “เป็นกลุ่มพนักงานการบินไทย ที่หันไปรับใช้นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์”

1L“แจ่มศรี” มักที่จะกล่าวหาว่า “นักการเมืองคือตัวการเข้าไปทำลายการบินไทย ด้วยการทำให้คนการบินไทยแตกแยกความสามัคคี”
แต่จากพฤติกรรมของ “แจ่มศรี” ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ชัดเจนว่า “แจ่มศรี” คือกลไกลสำคัญที่ทำให้ “การบินไทย” แตกแยกกันภายใน
แล้ว “แจ่มศรี” ก็ยังเป็นส่วนสำคัญ ในการร่วมกับ “พันธมิตรฯ” ในการทำลาย “ความสามัคคี” ของคนในชาติ
โดยมี “สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย” เป็นเครื่องมือ ในการสร้างความเสียหาย
ที่สำคัญคือ “ความเสียหาย” ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของ “แจ่มศรี” และ “พี่น้องพันธมิตรฯ” นั้นจนวันนี้ก็ยังไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้
แล้ววันนี้ “แจ่มศรี” ก็กลับมาอีกครั้ง เพื่อเรียกร้องขอ “ผลประโยชน์เพิ่มเติม” ให้ตัวเอง ด้วยการตะโกนดังๆว่า “สหภาพรัฐวิสาหกิจการบินไทย” พร้อมที่จะ “หยุดงาน” หากไม่ได้รับการเพิ่ม “เงินเดือน” และ “โบนัส” อีก 1 เท่าตัว … หน้าตาเฉย !!!

“นายกฯหญิงแห่งประเทศไทย”…ฝันสลายของ“ชัชนี จาติกวณิช” คุณหญิงป้า ของ “หลานกรณ์” !!!

เว็บไซต์สยามลีกส์ (www.siamleaks.com) น่าจะเป็นที่นิยมของคอการเมืองทั้งฝ่ายแดง-ฝ่ายเหลือง แต่ที่ไม่น่าเชื่อถือเป็นที่ชื่นชอบของ “ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์” ด้วยเช่นกัน

ล่าสุดเล่นเรื่อง “โคตรโกง 1ฯ” และ “โคตรโกง 2ฯ” ของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่พฤติกรรมร่วมมือกัน “โกงโครงการประกันรายได้เกษตรกร” แบบมโหฬารบานตะไท ได้ไม่กี่วัน เว็บไซต์ก็ถูกลอบทำร้าย จนกระทั่งเว็บล่ม อาการหนักถึงขั้นไม่สามารถ login เข้าไปโพสต์ประจาน “มหกรรมมหาโกง” ของ “รัฐบาลประชาธิปัตย์”ได้

แต่คำโบราณว่า “ไม่มีใครหนีความจริงพ้น” นั้นก็ยังเป็นจริง เพราะวันนี้ “เว็บไซต์สยามลีกส์” กลับมาใช้งานได้เต็มศักยภาพอีกครั้ง และ “ความจริง” ของพฤติกรรม“โคตรโกง” ก็จะกลับมาไล่ล่า “พรรคคนดี” อย่าง “ประชาธิปัตย์” อีกครั้ง !!!

แต่ครั้งนี้ทีมงานสยามลีกส์ขออนุญาตพักซีรี่ย์ “โคตรโกง ประกันรายได้เกษตรกรฯ” ของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เอาไว้ก่อน เพื่อให้แฟนนานุแฟน ได้พักผ่อนสมองกับเรื่องเบาๆ รับปีใหม่ 2556 สักเรื่องหนึ่ง ก่อนที่เราจะกลับสู่ซีรี่ย์หนักๆ “มหกรรมมหาโกง” แบบฉบับ “คนดี” กันอีกครั้ง

เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา บังเอิญว่า สยามลีกส์ ได้อ่านข่าวในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์แนวหน้า หัวข้อข่าวว่า “โลกออนไลน์กดไลท์ “คุณหญิงชัชนี” แฉ 61 เหลี่ยม “แม้ว” ทำไทยวิบัติ!” โดยแนวหน้าอ้างถึงข้อมูลที่ถูกโพสต์ในเว็บเพจ “สถาบันพัฒนาการเมืองและคุณภาพคน”

ซึ่งเว็บเพจดังกล่าวระบุถึงข้อเขียน ในหัวข้อ “ทักษิณในมุมมองของคุณหญิงชัชนี จาติกวณิช” ผู้บริหารกลุ่ม “ล็อกซเล่ย์” ที่อ้างว่า คุณหญิงชัชนี ระบุว่า “บทความดังกล่าว เป็นบทความที่ Link มาจาก FB ที่มีคนส่งต่อๆมา ซึ่งให้อยากเตือนความทรงจำหลายๆคนว่าคนคนนี้ทำอะไรมาบ้าง” พร้อมทั้งระบุถึงพฤติกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไว้เป็นตอนๆ ไล่เลียงตั้งแต่ 1 -61 ที่เป็นการกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย-ไร้หลักฐาน มิหนำซ้ำยังเป็นข้อมูลเก่า ที่หลายเรื่องพบว่าหลังการ “ปฏิวัติ 19กันยายน 2549” คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ได้ตั้ง “ศาลเตี้ย” ขึ้นมาสอบสวนและได้มีการพิสูจน์แล้วว่าไม่มีความผิดก็ตาม !!!

แต่บุคคลระดับ “คุณหญิง” ยังเชื่อในนำข้อมูลเหล่านี้อย่างงมงาย แถมยังทั้งทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ยืนยันว่า ไม่ใช่เหลืองหรือแดง แต่เป็นคนไทยที่ต้องการให้คนไทยทั้งประเทศหยิบยื่นโอกาสให้กับประเทศไทยอีกครั้งด้วยการเลือกคนที่คิดว่าจะนำประเทศให้พ้นวิกฤตไปได้” !!! (แอบเชียร์ให้สนับสนุนพรรคคนดี)

อย่างแรก ก็คือ ผู้ที่นำบทความของ “คุณหญิงชัชนี” มาเผยแพร่นั้นเป็นใคร???

ลำดับแรกคือ “แนวหน้า” ซึ่งก็คงไม่ต้องบรรยายว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของใคร เพราะเว็บไซต์แนวหน้านั้นตอบทุกคำถามด้วยตัวเองอยู่แล้วว่า “ประสงค์ สุนศิริ” อดีตประธานอนุกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550,”เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง” อดีต ส.ว. สายพันธมิตรฯ และ “จิตรกร บุษบา”  ที่หาพบปะได้ตามหน้าจอ “บลูสกาย” ของประชาธิปัตย์

ลำดับต่อมา ก็คือ เว็บเพจ “สถาบันพัฒนาการเมืองและคุณภาพคน” ที่ ”แนวหน้า” นำมาเสนอเป็นข่าวนั้นเป็นใคร ???

แนวหน้า 15 มกราคม 2556 ชัชนีก็ตรวจสอบพบว่า “สถาบันพัฒนาการเมืองและคุณภาพคน” เจ้าของเว็บเพจดังกล่าว นั้นตั้งอยู่ที่ “เลขที่ 111/24 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 19 ถ.แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี” ซึ่งเป็นที่ตั้งเดียวกับ “สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีดี” สื่อเฉพาะกิจ ของ “เครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” และ “พรรคประชาธิปัตย์”

ซึ่งมี “สำราญ รอดเพชร” หัวแถวพันธมิตรฯ นั่งเป็นผู้บริหารสถานี และมี “สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์” คนสำคัญอย่าง “แทนคุณ จิตอิสระ” และ “มัลลิกา บุญมีตระกูล” เข้าไปนั่งจัดรายการโจมตีรัฐบาลอย่างบ้าระห่ำ !!

นอกจากนี้ในเว็บไซต์ “สมาคมอุปโลกน์” แห่งนี้ยังระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ถึง “เว็บไซต์พันธมิตร” ว่าประกอบไปด้วย “สำนักข่าวทีนิวส์” และ “สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีดี”

โดยเว็บไซต์ผู้จัดการ ได้นำเสนอข่าวเอาไว้เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2555 ว่า “ปิดฉากทีวีดาวเทียม “ไทยทีวีดี” เครือข่าย ปชป. เปลี่ยนไปทำช่องบันเทิง” สถาบันพัฒนาการเมืองและคุณภาพคนโดยระบุในเนื้อหาว่า “สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมไทยทีวีดี ออกอากาศเมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 1 ก.พ. 2555 ผ่านดาวเทียม NSS6 ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น 1 ใน 3 สถานีที่นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ให้การสนับสนุน นอกจากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกาย และสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทีนิวส์”

โดยสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีดี ซึ่งปิดตัวเองลงหลังออกอากาศได้ไม่กี่เดือนนั้น ปัจจุบันก็โยกพนักงาน  40-50 คน ไปรวมตัวกับสถานีโทรทัศน์ทีนิวส์นั่นเอง !!

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าเพราะอะไร “สถานีโทรทัศน์-เว็บเพจ” ไปจนถึง “สมาคมอุปโลกน์” อะไรนี่ จะโพสต์ข้อความโจมตี “รัฐบาล” ข้างเดียวอย่างไม่ลืมหูลืมตา !!!

ดังนั้นจึงมาถึงต้นเรื่อง เจ้าของข้อความที่มีการนำมาโพสต์ คือ “คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช” ???

โดย “คุณหญิงชัชนี” ที่อ้างถึงกันนี้ก็คือ “คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช” ภรรยาของ “เกษม จาติกวณิช”  ที่เป็นคุณลุงแท้ๆ ของ “กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกยาว-ใหญ่ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง “คุณหญิงชัชนี” จึงมีสถานะเป็น “ป้า” ของกรณ์

ต้องยอมรับว่า “คุณหญิงชัชนี” เป็นผู้หญิงเก่ง ไต่เต้าจาก “เสมียนพิพม์ดีด”  ต็อกๆแต๊กๆ ขึ้นมาเป็นภรรยาของ “เกษม จาติกวณิช” กระทั่งขึ้นเป็น “ผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่”

แน่นอนว่า เมื่อนามสกุล “จาติกวณิช” และมีสถานะเป็น “ป้าสะใภ้” สายตรงของ “กรณ์ จาติกวณิช” ก็คงไม่แปลกใจ ที่จะสรรหาข้อความต่างๆนาๆมาโจมตี “รัฐบาล” และ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร”

และคงด้วยความเก่งกาจของ “คุณหญิงชัชนี” และ ความเฮง ที่เป็น “ป้าสะใภ้” ของ “กรณ์ จาติกวณิช” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังใน “สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”

สถาบันพัฒนาการเมืองและคุณภาพคน thaitvdจึงทำให้ “โครงการหวยออนไลน์” ที่เริ่มต้นดำเนินการมาในสมัย “รัฐบาลพรรคไทยรักไทย” ก่อนเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยที่มี “บริษัทล็อกซเลย์ จีเท็ค จำกัด” บริษัทในเครือของ “ล็อกซเลย์” เป็น “คู่สัญญา” กลายเป็น “โครงการเดียว” ที่รอดปากเหยี่ยวปากกา “คณะปฏิวัติ” ไม่ถูกยุบเลิก แถมยังเป็นโครงการที่ “รัฐบาลประชาธิปัตย์” เอาขึ้นโต๊ะเจรจา เพื่อหาหนทางที่จะนำกลับมาดำเนินการต่ออีกครั้ง!!!

แม้สุดท้าย “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” จะตัดสินใจ “ยุติการดำเนินโครงการหวยออนไลน์” ไปในช่วงกลางปี 2554 ก่อนที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จะตัดสินใจยุบสภา แต่ระยะเวลา 2 ปีกว่าๆที่มีการ “เจรจา” กันนั้น ก็มีชื่อ “กรณ์ จาติกวณิช” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าไปเกี่ยวข้องอยู่หลายครั้ง !!

นอกจากนี้“กรณ์”ยังยอมรับเองหลายครั้งว่าได้ใช้“ความสัมพันธ์ส่วนตัว”ในฐานะ “หลาน-ลุง-ป้า”เข้าไปพูดคุยเรื่องโครงการนี้กับ“บิ๊กล็อกซเลย์” หลายครั้ง

ซึ่งแน่นอนว่า หาก “ล็อกซเลย์” ไม่มี “ผู้บริหารระดับสูง” ชื่อ “คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช” โครงการหวยออนไลน์ก็คงมีชะตากรรมเดียวกันกับหลายๆนโยบายที่ถูกใจประชาชน ของ “รัฐบาลพรรคไทยรักไทย” ที่ถูก “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” ยุบเลิก หรือไม่ก็เปลี่ยนชื่อ หากจะดำเนินการต่อ เพื่อลบล้างผลงานของ พ.ต.ท.ทักษิณ และเอาเป็นผลงานตัวเอง !

สำหรับ “คุณหญิงชัชนี” นั้นแม้จะไม่มีโปร์ไฟล์ทางด้านการเมืองมากนัก แต่ด้าน “ธุรกิจ” นั้นถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา !!

oppy club loxleyจนยุคหนึ่งสมัยหนึ่งคนวงในสังคมไฮโซชั้นสูงยกยอปอปั้นว่า “คุณหญิงชัชนี” คือผู้หญิงที่เหมาะสมที่สุดที่จะได้ขึ้นเป็น “นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก” ในประวัติศาสตร์ชาติไทย  และดูเหมือน “คุณหญิงชัชนี” เองก็จะยินดีปรีดากับเรื่องนี้เสียด้วย !!!

กระทั่งครั้งหนึ่ง “หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก” ใน “เครือของเนชั่น” ฉบับวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2547 ได้เข้าสัมภาษณ์พิเศษ คุณหญิงชัชนี” ในหัวข้อข่าวที่ว่า “ จากเสมียนพิมพดีดสู่ประธานล็อกซเล่ย์”

ชื่นชมออกหน้าออกตาว่า “หากเมืองไทยจะมี นายกรัฐมนตรีหญิงแล้วไซร้เธอผู้นี้ก็คือหนึ่งในบุคคลที่เหมาะสมที่สุด” !!!

ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ “คุณหญิงชัชนี” ภูมิใจไม่น้อย เพราะเนื้อหาการเขียนของ “คม ชัด ลึก” ในเรื่องนี้ ยังคงถูกบันทึกเอาไว้ในเว็บไซต์ “ชมรม OPPY” (www.happyoppy.com) ที่คุณหญิงได้ก่อตั้งขึ้น

เพียงแต่ในข้อเท็จจริงในอีก 9 ปีต่อมา ประเทศไทย พ.ศ.2556 “นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก” ใน “ประวัติศาสตร์การเมืองไทย” ไม่ได้ชื่อ “คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช” !

ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ “คุณหญิงชัชนี” ออกมาแสดงตัวตน ยืนอยู่ฝ่าย “ตรงข้ามรัฐบาล” !!!

๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

โคตรโกง เดอะซีรี่ย์ 1…เปิดเส้นทางโกง ปชป.-ภูมิใจไทย ร่วมมือร่วมใจ ทุจริต “ข้าว” !

สถานการณ์การตรวจสอบเรื่องการระบายข้าว กำลังเข้มข้น โดย “พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)” ที่ขึงขังทำต่อเนื่องมาตั้งแต่อภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นหัวหอกนำ “ฝ่ายการเมือง”

แนวรุกด้านสื่อ ก็มี “สำนักข่าวเนชั่น-สถาบันอิศรา” และเครือข่าย ปชป. ที่พยายามกระพรือโหม

แต่ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่พยายามเร่งเร้าว่ามีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ปัจจุบัน แต่ดูเหมือนจะลืมไปว่า “สมัย ปชป.” เป็น “รัฐบาล”  ก็สร้างวีรกรรม กินนิ่มกับ “การระบายข้าวในสต็อกรัฐบาล” ไว้เอาไว้มากกว่าเสียอีก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2555 เว็บไซด์กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ของเครือเนชั่น ลงข่าวพาดหัวว่า “เปิดคำร้องเพื่อไทย ฮั้วประมูลข้าวรัฐบาล ปชป.” แล้วบรรยายข่าว เป็นเนื้อหาคำร้องของ ส.ส.เพื่อไทย ที่ยื่นให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบกรณีการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงปี 2552-2553 ซึ่งมีการดำเนินการเป็นความลับ และส่อว่าจะมีการทุจริต ทั้งสิ้น 7 ประเด็น

ซึ่งถ้าพี่น้อง สนใจก็สารมารถลองไปค้นหา ติดตามอ่านกันรายละเอียดกันได้

แต่ที่ Siamleaks สนใจในคำร้อง 7 ประเด็น ที่มีการยื่นไปที่ดีเอสไอไป คือข้อมูลการจำหน่ายข้าวให้กับ “หนองลังกาฟาร์ม” ที่มีการระบุว่า “น.ส.เสาวลักษณ์ เย็นใส” เป็นลูกจ้างของ “นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ของ “พรทิวา นาคาศัย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นผู้ลงนามในสัญญาซื้อขายข้าว ครั้งนั้น

โดยการขายข้าว ครั้งนั้นเป็นการขายที่ถูกมาก ในราคาเพียง 5,400 บาทต่อตัน (ในขณะที่ราคาข้าวในขณะนั้นน่าจะขายได้สูงถึงประมาณ 12,000 บาทต่อตัน)

Siamleaks อ่านแล้วหมั่นเขี้ยวในใจ เพราะข้อมูลที่มีอยู่ในมือนั้นชัดเจนเห็นว่า “ใคร” เป็น “ใคร” ที่เข้ามาระทำการ “ทุจริต” อย่างไร ???

จึงขอนำเรื่องนี้มาเสนอให้ พี่-น้อง ได้เห็นตื้นลึกหนาบางว่ากระบวนการ โกง-กิน กระทั่ง “ข้าว” ของชาวนากระดูกสันหลังของชาติ ที่แท้จริง

และเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า มีการกระทำการ “ทุจริต” กันอย่างไร จึงขอนำเสนอเป็นครั้งๆ และแต่ละครั้ง ก็เป็นแต่ละรายกรณีไป

โดยครั้งนี้ Siamleaks ขอนำเสนอ กรณีศึกษาการระบายข้าวสารให้กับ “หนองลังกาฟาร์ม” ซึ่งถือเป็นเพียง “เศษเสี้ยวหนึ่ง” ในการ “ทุจริตครั้งมโหฬาร” !!

“หนองลังกาฟาร์ม” นั้นจดทะเบียนจดตั้งบริษัทกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ประกอบกิจการเลี้ยงหมู อยู่ในจังหวัดราชบุรี มากว่า 15 ปี แบบไม่มีบทบาทางการเมือง

แต่ “หนองลังกาฟาร์ม” กลับกลายเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทใน “โครงการระบายพืชผลทางการเกษตร ของกระทรวงพาณิชย์” ในสมัย”รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” ที่มี “พรทิวา นาคาศัย” เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (พรรคร่วมรัฐบาล) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แทบทุกรายการ

โดยงานที่ “หนองลังการฟาร์ม” เข้าไปมีบทบาทก็คือ การระบายมันเส้น จำนวน 250,251.26 ตัน ซึ่งเอกชนที่ได้รับอนุมัติให้ เข้ามารับซื้อสินค้า จำนวน 3 ราย คือ หนองลังกาฟาร์ม และไพรสะเดาฟาร์ม จำนวน 7.4 หมื่นตัน และบริษัท กาญจนพันธ์ ฟาร์ม จำกัด จำนวน 175,989.92 ตัน รวมมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ครั้งหนึ่งแล้ว

จากนั้น ฟาร์มหนองลังกาฟาร์ม ก็กลายเป็นเอกชนเพียงรายเดียว ที่ยื่นขอเสนอซื้อ “ข้าวสารเก่าในสต็อกรัฐบาล” ซึ่งประกอบด้วยข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ นาปี 2544/45 ข้าวหอมมะลิ 100 เปอร์เซ็นต์ชั้น 2 นาปีปี 2547/48 และข้าวขาว 25 เปอร์เซ็นต์ นาปรัง ปี 2548 รวมทั้งสิ้น 8,953 ตัน โดยเสนอขอซื้อข้าวสารทุกชนิด ในราคา 5,400 บาทต่อตัน ในวันที่ 5 สิงหาคม 2553

ให้หลังเพียง 1 วัน ก็มีการส่งเรื่องให้นางพรทิวา รับทราบในวันที่ 6 สิงหาคม 2553 และนางพรทิวา ได้อนุมัติให้มีการจำหน่าย ในวันที่ 9 สิงหาคม 2553 จากนั้นนำเสนอต่อไปยังนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี และรองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) )ให้เห็นชอบ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2553

เบ็ดเสร็จ “หนองลังกาฟาร์ม” ทำสัญญาซื้อขายข้าวสารกับองค์การคลังสินค้า ซื้อข้าวสารในสต็อกรัฐบาล รวมทั้งสิ้น 8,882 ตัน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 47,963,395.62 บาท

ซึ่งถ้าคิดเอาว่า ขายข้าวสารในสต็อกรัฐบาลได้ในราคา 12,000 บาทต่อตัน จะทำให้ “รัฐ” มีรายได้ 106,584,000 บาท
เมื่อหักลบกลบหนี้ จากตัวเลขทั้งหมด ก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่า การระบายข้าวครั้งนี้ เฉพาะในส่วนของ “หนองลังกาฟาร์ม” ก็ทำให้สูญไปประมาณ 58 ล้านบาท !!!

โดย “หลังฉาก” ความเสียหายมโหฬาร จากเหตุการณ์ระบายข้าวที่สวยหรู ครั้งนี้ Siamleaks พบตรวจสอบพบว่า “หนองลังกาฟาร์ม” เป็นบริษัท ในเครือบริษัท กาญจนาฟาร์ม จำกัด ซึ่งมี “นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา” และ “นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

จุดสำคัญของเรื่องทั้งหมด อยู่ที่ “บุญยิ่ง นิติกาญจนา” นั้นได้รับการแต่งตั้งจาก “คณะรัฐมนตรี” ที่มี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นั่งหัวโต๊ะเป็น “นายกรัฐมนตรี” เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2552 ให้เป็น “ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พรทิวา นาคาศัย)”
ในส่วนของ “วิวัฒน์ นิติกาญจนา” นั้น ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลในทางการเมือง เพราะรู้จักกันในนาม “กำนันตุ้ย” มือขวา “สมศักดิ์ เทพสุทิน” หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา ใน “พรรคภูมิใจไทย”

โดยครั้งหนึ่ง “กำนันตุ้ย” คนนี้ เคยนั่งในตำแหน่ง “รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย” ที่มี “อนงค์วรรณ เทพสุทิน” ภรรยาของ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” เป็นหัวหน้าพรรค

นอกจากนี้ “วิวัฒน์” หรือ “กำนันตุ้ย” ยังเป็นสามีของ “บุญยิ่ง นิติกาญจนา” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ด้วย !!!

พูดมาถึงตรงนี้ อาจจะมีคนบอกว่า แล้วมันเกี่ยวข้องกับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี ขณะนั้นและพรรคประชาธิปัตย์ ตรงไหน ???

คำตอบก็คือ มติ ครม. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 ที่รับทราบกรอบยุทธศาสตร์การดำเนินการระบายข้าวตามโครงการแทรกแซงของรัฐบาลที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เสนอ และเห็นชอบให้คณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวกำหนดหลักเกณฑ์และกรอบยุทธศาสตร์ รวมถึงปริมาณการจำหน่ายด้วยความระมัดระวัง โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อภาวะราคาตลาด และให้คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสารเป็นผู้ดำเนินการและนำเสนอประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวสารพิจารณาอนุมัติ แล้วเสนอ ประธาน กขช. (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี)หรือ รองประธาน กขช. (ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี) พิจารณาให้ความเห็นสอบก่อนลงนามสัญญา

ซึ่งชัดเจนว่า “อำนาจ” ในการให้ความเห็นชอบจำหน่ายข้าวในสต็อกรัฐบาล นั้นไม่ใช่เพียงแค่ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” จาก “พรรคภูมิใจไทย” ที่สามารถตัดสินใจได้ตามอำเภอใจ

แต่ทั้งหมด “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี จาก “พรรคประชาธิปัตย์” ในฐานะประธาน กขช. และ “ไตรรงค์ สุวรรณคีรี” รองนายกรัฐมนตรี จาก “ประชาธิปัตย์” ในฐานะ “รองประธาน กขช.” รู้เห็นด้วยในทุกขั้นตอน !

จึงไม่น่าจะมีทางที่ “ประชาธิปัตย์” จะปล่อยให้ “ภูมิใจไทย” อิ่มหนำสำราญ ไปคนเดียวแน่ๆ !!!

จุดยืน “สื่อสาธารณะ” ในภาวะ “วิกฤติ” … บิดเบือน – เบี่ยงเบน –ปลุกปั่น และ “ม็อบของเรา” !!!

เย็นวันที่ 23 พฤศจิกายน สำนักข่าว “เนชั่นทีวี” รายงานสกู๊ปข่าว “ม็อบองค์การพิทักษ์สยาม” ว่าเป็น “ม็อบที่ไม่มีสื่อในมือ”
โดยส่ง “นักข่าวสาว” ไปทำข่าวของ “กองทัพธรรม” ที่กำลังติดตั้งเครื่องมือออกอากาศสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม FMTV ของ “กลุ่มสันติอโศก”
พอเช้าวันรุ่งขึ้น 24 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันชุมนุมก็มีกระแสข่าวหลุดออกมาจากบรรดานักข่าวของ “เครือบางนา” ว่าผู้บริหารมีนโยบายเปิด “สถานีข่าว” ถ่ายทอดสด “ม็อบแช่แข็ง”
จน “นักข่าว” สำนักนี้บ่นกระปอดกระแปด ไม่พอใจนโยบายของ “ผู้บริหาร” ที่สั่งการออกมาครั้งนี้ !!!
เพราะเอาเข้าจริง มี “สื่อ” หลายสำนัก เปิดตัวสนับสนุน “ม็อบแช่แข็ง” นี้อย่างเป็นทางการ
ไม่ว่าจะเป็น “FMTV” ของสันติอโศก ที่เป็นกำลังหลักของการชุมนุมครั้งนี้
“Tnews” เป็นปฏิปักษ์กับ “พรรคเพื่อไทย” มาตลอดเวลา
“Blue sky TV” ของ “พลพรรคประชาธิปัตย์”

“หนังสือพิมพ์แนวหน้า” ที่แยกไม่ออกกับ “ประสงค์ สุ่นศิริ” แกนนำม็อบพิทักษ์สยามอีกคน

“ไทยโพสต์” ที่แสดงตัวตนชัดเจน ว่าสนับสนุนทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับ “รัฐบาล” และ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร”

“เครือผู้จัดการ (www.manager.co.th)” ของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” หัวหน้ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
และ “สื่อเครือเนชั่น” ของที่เป็นต้นเรื่อง สกู๊ปข่าว “ม็อบองค์การพิทักษ์สยามไม่มีสื่อในมือ”
กระทั่งช่วงเช้าของการชุมนุม “เนชั่น” ก็แสดงอาการสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมชัดเจน ด้วยการนำเสนอข่าว ด้วยการทวิตข้อความทาง “twitter” และรายงานสถานการณ์การชุมนุมผ่าน “เนชั่นทีวี” ด้วยการอธิบายการปะทะกันของ “กลุ่มผู้ชุมนุม” และ “เจ้าหน้าที่” ในช่วง 09.00-10.00 น. ด้วยการบอกว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจ “ยิงแก๊ส” น้ำตา ใส่ผู้ชุมนุม” ซ้ำไปซ้ำมาตลอดเวลา
ทั้งๆที่แก๊สน้ำตา ตามภาพที่นำมาเผยแพร่นั้นเป็น “แก๊สน้ำตา” ชนิด “ขว้าง” !!!

ซึ่งแน่นอนว่า ปุถุชนคนทั่วไปเมื่อฟังการรายงานข่าว ก็ย่อมจะเข้าใจไปว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” กระทำการ “รุนแรง” กับ “ผู้ชุมนุม” ด้วยการ “ยิงแก๊สน้ำตา” เข้าใส่!!!
ล่าสุด “เว็บไซด์มติชนออนไลน์” รายงานว่า “เมื่อเวลา 12.59 น. สถานีโทรทัศน์ ไทย พีบีเอส ได้รายงานข่าวการชุมนุมของพลเอกบุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ แกนนำองค์การพิทักษ์สยาม โดยได้ต่อสายโทรศัพท์กับนายสุนทร รักษ์รงค์ ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคใต้ ที่ให้สัมภาษณ์วิจารณ์ การใช้แก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงเช้า โดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรง รวมถึงการที่ผู้สื่อข่าว ไทย พีบีเอส บาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา และได้มีการสอบถามเรื่องการที่ตำรวจเปิดช่องให้ผู้ชุมนุม 2 ช่องทาง
อย่างไรก็ตาม ตอนหนึ่ง ผู้ประกาศข่าว ได้พูดออกอากาศว่า “ผู้ชุมนุมของเรา “!!!
เล่นเอาตะลึงกันทั้งประเทศ เพราะน่าจะเป็นครั้งแรกที่ “สื่อสาธารณะ” ที่มีมักจะโฆษณาตัวเองว่า “ไทยพีบีเอส ทีวีที่คุณวางใจ มุ่งมั่นสร้างสรรค์สังคมคุณภาพและคุณธรรม”

และหายใจอยู่ในวิชาชีพ “สื่อสารมวลชน” ได้จาก “เงินภาษีประชาชน” อย่าง “ไทยพีบีเอส” แสดงตัวตนชัดเจนว่า เป็นพวกเดียวกับ “ม็อบแช่แข็ง” !!!
เมื่อไปค้นดูประวัติ “ไทยพีบีเอส (TPBS)”  ก็จะพบว่าตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมา ในสมัย “รัฐบาลขิงแก่” พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กระทั่งก่อตั้งได้ เมื่อ “วันที่ 15 มกราคม 2551”
และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอยู่ในภายใต้การครอบงำของ “คณะปฏิวัติ 19 กันยายน 2549” เนื่องจากผู้มีอำนาจใน “ไทยพีบีเอส” ขณะนั้น หลายคนล้วนแต่เป็นกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกับ “รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์”
โดยมี “เทพชัย หย่อง” น้องชายของ “สุทธิชัย หยุ่น” เจ้าของเครือเนชั่น เป็น “ผู้อำนวยการสถานี”

กระทั่ง “ไทยพีบีเอส” ถูกครหาอย่างหนักว่า ภายในองค์กรล้วนแต่เต็มไปด้วยบุคลากร ที่มาจาก “ค่ายบางนา” 

จนครั้งหนึ่ง “พนักงานไทยพีบีเอส” ปีกที่ไม่เอาด้วยกับ “เทพชัย” ถึงขั้นก่อหวอด ตั้งแง่กับ “เทพชัย” อย่างตรงไปตรงมา !!!

นอกจาก นี้ “ไทยพีบีเอส” ยังเต็มไปด้วย “บุคลากร” ที่ใกล้ชิดกับ “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” อย่าง “วสันต์ ภัยหลีกลี้” จากเครือผู้จัดการของ “สนธิ ลิ้มทองกุล”

และ “พลเดช ปิ่นประทีป” อดีตรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ ที่เข้ามาสยายปีกใน “ไทยพีบีเอส”

กระทั่งวันนี้ “ไทยพีบีเอส” ก็ยังไม่พ้นจาก “อิทธิพล” ของ “กลุ่มอำนาจดั้งเดิม” !!!

ดังนั้นจึงอย่าแปลกใจหาก “ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส” จะหลุดปากพูดความในใจว่า “ม็อบของเรา” เป็นสรรพนามแทน “ม็อบองค์การพิทักษ์สยาม” !!!

BlueSky Channel อาการร่อแร่ นับถอยหลังแข่ง ASTV

แหล่งข่าวสำคัญเม้าท์มอยเรื่อง “ร่อแร่” ของ ASTV และ Blue Sky Channel ให้ฟัง นักแฉอย่าง SLs อดไม่ได้ เลยต้องจัดมาปูดให้ฟังสักดอกสองดอก

“บลู สก๊อย เนี่ย คนลงทุนก็มีไม่กี่คน หนึ่งในทีมงานที่ร่วมหัวจมท้ายด้วยคนนึงคือ นาย ภูษิต ถ้ำจันทร์ เจ้าของ เดอะ สตูดิโอ ที่อยู่ ซอย ปรีดี 20 (วินของ มอเตอร์ไชค์รับจ้าง @motorcyrubjang คนดังทวีตเตอร์ ที่อยู่ตรงข้ามกัน) เดอะ สตูดิโอ เนี่ยย่ามใจ หลังจาก เททั้งคนทั้งของไปให้จัดรายการตั้งสถานีขึ้นมา ก็เชื่อว่าเงินจะมาแบบไหลมาเทมา แต่ อย่างที่ทราบๆกันคือ เงินสดนอกแบงค์ที่ ไอ้พวกนี้มันเก็บไว้เริ่มจะร่อยหรอ เพราะหาเพิ่มไม่ได้ ค่าใช้จ่าย ราวๆ 20 -30 ล้านบาท/เดือน ลองคิดดูสิ มันทำกันมากี่เดือนแล้ว แล้วเงินเข้าสักเท่าไหร่ เพราะคนที่ดูพวกมัน ก็มีแต่คนเสื้อแดงที่เข้าไปดูเพื่อจะเอามาด่า

แหล่งข่าวยังเล่าพาเพลินถึง ASTV เลื้อยไปไกลถึง บางนา ต่อว่า

เขายอมรับสถานการณ์ว่ายิ่งกว่าขาลง คือรอวัน อะไรสักวันนึง เพื่อจะจบ จะเปลี่ยน หรืออะไรสักอย่าง สปอนเซอร์ถูกปิดทุกทาง ที่เคยมีมาก็ถอยหมด เงินที่เข้ามาก็มาทางลับ แบบคล้ายๆเงินขอกันมาแบบบริจาค แต่ห้ามบอกว่ามาจากใคร

นั่นเป็นเรื่อง ราวๆ 2 เดือนที่แล้ว จากนั้น เด็กในสังกัดพวกกราฟฟิก ทำเว็บและสายข่าวอื่นๆ ลาออกรวมๆ กันราว 20 คน แบบต้องจ้างให้ออก โดยการค้างค่าจ้างไว้ก่อน แล้วสัญญาจะทยอยจ่ายเงินที่ค้างให้ จนป่านนี้ได้กันครบหรือยังก็ไม่รู้

ส่วนเด็กบางคนที่ออกมาก่อนหน้านี้ ก็ไปอยู่กับสำนักข่าวที่ได้เงินบำเรอจากภาษีประชาชนปีละ 2,000 ล้านบาท แต่อยู่ได้ไม่ถึงเดือนก็โดนเด็กสายบางนา ทั้งเขี่ย ทั้งบีบ จนอยู่ไม่ได้ เดือนร้อนผู้บริหารบางนาถึงกับต้องไปนั่งคุยกับผู้บริหารี่ท่าพระอาทิตย์ ยืนยันว่าไม่สามารถรับเด็กจากท่านพระอาทิตย์ไปบางนาได้ เพราะสภาพใกล้เคียงกัน แต่บางนายังสายป่านยาวกว่า ณ เวลานี้นะ แต่จากนี้ไปก็ไม่แน่….”

มิตรสหายทั้งหลาย จึงอย่าได้ประหลาดใจไปเลย หากเราจะเห็นอาการดิ้นรนหนีตายเฮือกสุดท้ายของสื่อจัดตั้ง เอาเป็นว่ามานั่งนับถอยหลังกันดีกว่านะขอรับ

สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม BLUESKY Channel แนวรบทางด้านสื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของประชาธิปัตย์

สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม BLUESKY Channel แนวรบทางด้านสื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของประชาธิปัตย์

บลูสกาย แชนแนล
เลขทะเบียนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า:  0105554140695 บจ.บลู สกาย แชนเนล
วันที่จดทะเบียนนิติบุคคล: 21/10/2554
ทุนจดทะเบียน: 5,000,000 บาท
วัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง (74940): รับทำการถ่ายวีดีโอ เทปบันทึกภาพ ภาพนิ่ง
สำนักงานใหญ่ 2170 อาคารกรุงเทพทาวเวอร์ ชั้นที่ 8 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320

โดยมี “วิทเยนทร์ มุตตามระ” “เถกิง สมทรัพย์” “บุรฤทธิ์ ศิริวิชัย” “ภูษิต ถ้ำจันทร์” และ “รักเกียรติ รัตนมณี” เป็นกรรมการ

"วิทเยนทร์" อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 14 บางเขน ในสีเสื้อ ปชป. ที่พ่ายให้กับ อนุสรณ์ ปั้นทอง ผู้สมัครค่าย พท. ไปด้วยคะแนนเสียง 4.9 หมื่นต่อ 4.2 หมื่น หรือการเป็นเจ้าของผับชื่อดังแห่งหนึ่งบนเกาะสมุย ที่สมาชิก ปชป. ไปเลี้ยงฉลองหลังได้เป็นรัฐบาล เมื่อต้นปี 2552 ที่สำคัญพบว่าเขาเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (สาทิตย์ วงศ์หนองเตย) คอยทำภารกิจลับแทนรัฐมนตรีร่างเล็ก โดยเฉพาะช่วงเหตุการณ์ชุมนุมคนเสื้อแดง ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ปี 2553 กองบรรณาธิการฟรีทีวีหลายแห่ง คงคุ้นเคยกับเสียงโทรศัพท์จากชายชื่อ วิทเยนทร์ นี้เป็นอย่างดี จนเป็นที่มาของฉายา กริ๊ง… สิง สื่อ ที่สื่อมวลชนสายทำเนียบรัฐบาลตั้งให้กับ เจ้านาย ของเขาในปลายปี 2553
"เถกิง" นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ผู้อำนวยการสถานี "บลูสกาย แชนแนล" เคยเป็นผู้บริหารของบริษัทว็อชด็อกของกลุ่ม "เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง" เจ้าของรายการ "คลายปม" ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ที่โดนเขี่ยทิ้งหลังรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เข้ามา ผู้มีสายสัมพันธ์อันดีกับ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผ่านการทำรายการ มองต่างมุม, ขอคิดด้วยคน, เวทีชาวบ้าน, กรองสถานการณ์ และอีกหลายรายการ รวมถึงผ่าน บริษัท ว็อชด็อก จำกัด และยังเป็นบรรณาธิการหนังสือ รู้ทันทักษิณ ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ขอคิดด้วยคนรวม 5 เล่ม ขณะที่ วรรณธรรม นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ก็เป็นขาประจำบนเวทีพันธมิตรฯ ระหว่างชุมนุม ตามแคมเปญ ทักษิณ…ออกไป ก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ก่อน สุเทพ จะดึงมาช่วยงานหน้าห้องหลังพลิกขั้วตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์สำเร็จ ช่วงปลายปี 2551
"บุรฤทธิ์" เป็นอินเทอร์นชิพรุ่นที่ 2 ของพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็นหน้าห้อง "กรณ์ จาติกวณิช" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๗ เมษายน ๒๕๕๒)
"ภูษิต" ผู้กำกับรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ที่ออกอากาศในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ตลอดปี 2552-2554 จากนั้น เมื่อไล่เช็กสายสัมพันธ์เก่าๆ จะพบว่าทีมงานของ ทีวีจอฟ้า เคยร่วมขบวนการ ล้มระบอบทักษิณ เมื่อปี 2549 มาก่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากนั้น เมื่อไล่เช็กสายสัมพันธ์เก่าๆ จะพบว่าทีมงานของ “ทีวีจอฟ้า” เคยร่วมขบวนการ “ล้มระบอบทักษิณ” เมื่อปี 2549 มาก่อน

โดยเฉพาะ “เถกิง” ผู้มีสายสัมพันธ์อันดีกับ “เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง” ผ่านการทำรายการ “มองต่างมุม”, “ขอคิดด้วยคน”, “เวทีชาวบ้าน”, “กรองสถานการณ์” และอีกหลายรายการ รวมถึงผ่าน บริษัท ว็อชด็อก จำกัด และยังเป็นบรรณาธิการหนังสือ “รู้ทันทักษิณ” ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ขอคิดด้วยคนรวม 5 เล่ม

ขณะที่ “วรรณธรรม” นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ก็เป็นขาประจำบนเวทีพันธมิตรฯ ระหว่างชุมนุม ตามแคมเปญ “ทักษิณ…ออกไป” ก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ก่อน “สุเทพ” จะดึงมาช่วยงานหน้าห้องหลังพลิกขั้วตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์สำเร็จ ช่วงปลายปี 2551

เมื่อดูสายสัมพันธ์ที่โยงใยเป็นเส้นแมงมุมขนาดนี้ จึงยากที่แกนนำพรรคสะตอจะปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 ที่ห้ามไม่ให้ ส.ส. มีหุ้นในสื่อ

“สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” เป็นผู้อยู่ตรงจุดศูนย์กลางใยแมงมุมที่ชื่อว่าทีวีช่อง Blue Sky

%d bloggers like this: