โคตรโกง เดอะซีรี่ย์ 2…แฉเทคนิคพิสดาร ระบายข้าวแบบ “ลับๆ” แบบฉบับ รบ.อภิสิทธิ์ !

ตอนที่แล้ว Siamleaks หยิบยกกรณี “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” โดยกระทรวงพาณิชย์ แอบระบายข้าวให้กับ “ฟาร์มเลี้ยงหมู” หนองลังกาฟาร์ม ซึ่งมีเจ้าของเป็นถึง “ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” ของ “พรทิวา นาคาศัย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มาจาก “พรรคภูมิใจไทย (ภท.)”
โดยผ่านการรับรู้ รับทราบและเห็นชอบจาก “ไตรรงค์ สุวรรณคีรี” รองนายกรัฐมนตรี จาก “พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)” ในฐานะ “รองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)” ที่ “อภิสิทธิ์” แต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจในการให้ความเห็นชอบ
ซึ่งความเสียหาย หลัก 50-60 ล้านบาท อาจจะแค่จิ๊บๆ แต่นั่นคือ “หนังตัวเอง” ของอภิมหาโกง “ระบายข้าว” ของ “รัฐบาลประชาธิปัตย์” ที่ถ้านั่งนับความเสียหายทั้งหมด อาจจะสูงนับหมื่นล้านบาท !!!
ก็อย่างที่บอก “มติ ครม. 29 มิถุนายน 2553” นั้น มอบหมายให้ “คณะทำงานดำเนินการระบายข้าว” เป็นผู้ดำเนินการพิจารณาขายข้าวให้กับ “เอกชน” แล้วนำเสนอต่อ “ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวสาร (พรทิวา นาคาสัย รมว.พาณิชย์)” พิจารณาอนุมัติ
จากนั้น “พรทิวา” ก็ต้องเสนอให้ประธาน กขช. (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรี) หรือรองประธาน กขช. (ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี) พิจารณา ก่อนลงนามในสัญญา !
ดังนั้น ปชป.จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า “กระบวนการ (โคตร)โกงข้าว” สมัยนั้นเป็นฝีมือของ “ภท.” เจ้าของโควตา “รมว.พาณิชย์” เพียงฝ่ายเดียว !
เพราะข้อเท็จจริงปรากฏว่าชัดเจนว่า “รับทราบ” ร่วมกัน ในทุกขั้นตอน
ซึ่งถ้าอ่านเนื้อหาเรื่อง “โคตรโกง เดอะซีรี่ย์ 1ฯ” ที่ Siamleaks ได้เขียนเอาไว้ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การพิจารณาระบายข้าวสารใสต็อกรัฐบาลให้กับ “หนองลังกาฟาร์ม” ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ “ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” นั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วจนน่าแปลกใจ
จากข้อมูลปรากฏว่า “หนองลังกาฟาร์ม” ที่ยื่นขอเสนอซื้อ “ข้าวสารเก่าในสต็อกรัฐบาล” ซึ่งประกอบด้วยข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ ข้าวหอมมะลิ และข้าวขาว 25 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งสิ้น 8,953 ตัน ในราคาเดียวกัน ทุกชนิด 5,000 บาทต่อตัน มายัง“คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสาร” พิจารณาในวันที่ 5 สิงหาคม 2553
ให้หลังเพียง 1 วัน “คณะทำงานฯ” ก็ส่งเรื่องให้ “พรทิวา” รมว.พาณิชย์ รับทราบใน วันที่ 6 สิงหาคม 2553
พร้อมแนบเนื้อหา ที่ระบุว่า คณะทำงานฯ สามารถต่อรอง ราคาขายข้าวสาร จำนวนดังกล่าว ให้กับ “หนองลังกาฟาร์ม” ได้ในราคาตันละ 5,400 บาท
ไม่น่าเชื่อว่า “คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสาร” ที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งขึ้นมา จะใช้เวลาในการต่อรองราคาและตกลงซื้อขายข้าวกับ “หนองลังกา” ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็สามารถ “ทุบโต๊ะ-เคาะราคา” ได้เบ็ดเสร็จ !!!
เบื้องลึกเบื้องหลังเรื่องนี้ ก็คือ “กระบวนการระบายข้าวสาร” ของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นั้น “ถูกสั่ง” ให้ดำเนินการ “ลับ” ทั้งหมด !!!
โดยหลังจากที่ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 17 ธันวาคม 2551 ก็เข้ามาแสดงฝีมือในการบริหารราคาสินค้าเกษตร จนตกต่ำแทบทุกประเภท
โดยเฉพาะ “ราคาข้าว” ที่เคยถีบตัวสูงสุดในสมัย “รัฐบาลพรรคพลังประชาชน” ถึง 15,000-20,000 บาทต่อตัน กลับลดลงฮวบฉาบมาอยู่ที่ราคา 7,000-9,000 บาทต่อตัน

กระทั่ง “รัฐบาลอภิสิทธิ์” จำเป็นต้องกำหนดให้มี “แนวทางแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ” อยู่เป็นระยะ
ซึ่ง Siamleaks ได้ตรวจสอบจากเว็บไซด์สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็พบ มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ แนวทางแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำอยู่หลายวาระ
แต่ที่น่าสนใจคือ มติ ครม.เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2553 “รับทราบแนวทางแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำตามมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ” เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2553 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ
ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า “ราคาข้าว” ในช่วง “รัฐบาลอภิสิทธิ์” ตกต่ำอย่างหนัก จนต้องสั่งการให้หน่วยงานรัฐ เปิดโต๊ะรับซื้อข้าวเอง ในแต่ละจังหวัด
และด้วยเหตุผล “ราคาข้าวตกต่ำ” ทำให้  “ครม.อภิสิทธิ์”  มีมติ ครม.ในเวบาต่อไป ให้ “อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ” ในฐานะ “ประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสาร” ให้ดำเนินการระบายข้าว เป็นการ “ลับ” ทุกขั้นตอน
โดยอ้างว่า “หากมีการประกาศว่ารัฐบาลจะระบายข้าว และปล่อยให้เอกชนยื่นซองประกวดราคา ประมูลข้าวในสต็อกรัฐบาลตามระบบ จะทำให้ “เอกชน” รวมหัวกันฮั้วประมูล จนรัฐบาลขายข้าวไม่ได้ราคา” !!!

ซึ่งช่วงนั้นก็มีรายงานข่าวจากเว็บไซด์ manager ชัดเจนว่า “ครม.มีมติให้ดำเนินการเป็นการ “ลับ” ทั้งหมด”
โดยวิธีการที่ดีที่สุด ที่ “รัฐบาลอภิสิทธิ์” เชื่อมั่นว่า สุจริต-โปร่งใส ก็คือการ “สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ดูว่ามีบริษัทไหนบ้างที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ แล้วเรียกมาตกลงราคา” !!!
ซึ่งข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่า “ประธานคณะทำงานฯ” ได้เลือกใช้วิธี “ต่อรองราคา” ซื้อ-ขายข้าวสารในสต็อกรัฐบาลผ่านการ “โทรศัพท์” ไปหาผู้เสนอซื้อ !!!
โดยตรงนี้ จึง “จุดสำคัญ” ของเรื่องทั้งหมด เพราะเป็นจุดที่ “เปิดช่อง” ให้เกิดการทุจริต
โดย 1.เมื่อไม่ได้มีการประกาศเชิญชวนให้ “เอกชน” ผู้สนใจ ได้รับทราบ และส่งคำเสนอราคาซื้อข้าวสารในสต็อกรัฐบาล ก็เท่ากับปิดโอกาสบุคคลภายใน และเหลือเพียงบุคคลภายในและใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจในการระบายข้าวสารของรัฐบาลเท่านั้นที่ทราบข่าวและสามารถเสนอซื้อได้
2. เมื่อ “รัฐบาลอภิสิทธิ์” ให้อำนาจ“ประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสาร” เป็นผู้มีอำนาจ ในการพิจารณาเลือก “เอกชน” ที่เสนอซื้อข้าวสารในสต็อกรัฐบาล (มีแต่พวกตัวเอง) รายใดก็ได้ ก็อาจจะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ล็อคสเปค” เอื้อประโยชน์เฉพาะ “เอกชน” บางราย อย่างคำที่ ปชป. มักพูดบ่อยครั้ง
และ 3. การ “ต่อรองราคา” ทาง “โทรศัพท์” นั้น นับเป็นเทคนิควิธีการ สุดแสนจะพิสดาร ในการระบายข้าวสารในยุค “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” !!!
ผลจึงปรากฏ ในท้ายที่สุดว่า “หนองลังกาฟาร์ม” กลายเป็น “เอกชนรายเดียว” ที่เสนอซื้อ “ข้าวสารในสต็อกรัฐบาล” ล็อตนั้น
ซึ่งก็เป็น “หนองลังกาฟาร์ม” ที่มีเจ้าของชื่อ “บุญยิ่ง นิติกาญจนา” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
และไม่เพียงแค่ “หนองลังกาฟาร์ม” เท่านั้น ที่มี “อภิสิทธิ์” ในการ “เสนอซื้อ” และได้รับอนุมัติให้ เข้าซื้อข้าวสารในสต็อกรัฐบาล ปชป.
แต่ “หนองลังกาฟาร์ม” เป็นเพียง 1 ใน 10 กว่าบริษัท ที่มีเข้ามาทำมาค้าขาย เรื่องสินค้าเกษตร สมัย “รัฐบาลประชาธิปัตย์” ในลักษณะเดียวกันนี้
กระทั่ง “ผู้รู้” หลายคน ถึงกับออกปากว่า ความเสียหาย อาจจะสูงถึง หมื่นล้าน !
โปรดติดตามตอนต่อไป !!!

Posted on: 24/12/2012, by : bigeditor
%d bloggers like this: