อรรถสิทธิ์ – เมื่อ “พ่อแม่รังแกฉัน”

ถ้าพูดคำว่า “หนีทหาร” ทุกคนต้องคิดถึงชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งๆ ที่มีชายไทยจำนวนมากก็กระทำผิดด้วยการ “หนีทหาร”

จะว่าไปเรื่อง “หนีทหาร” นั้นไม่ใช่เรื่องที่หนักหนาอะไร หากเทียบกับความผิดอีกกระทงที่หนักข้อกว่า นั่นคือ “การปลอมเอกสารราชการ”

ไอ้ที่ตลกด้วยก็คือ พรรคนี้ก็แสนอับจนหาชายไทยที่มีใบ สด.9 ตัวจริงมาเป็นหัวหน้าพรรคไม่ได้ ต้องเอาตัวเลือกพิการๆ แบบนี้เป็นหัวหน้าพรรค ขี่คอคนทั้งพรรคก็ทำได้ ไม่กล้าหือ ไม่กล้าอือ แล้วดันผ่าไปเรียกร้องหาคุณธรรมจากคนนอกพรรค เป็นไปได้ว่า เพราะหาเอาจากคนในพรรคไม่ได้นั่นเอง จึงต้องไปร้องขอร้องหาเอาจากบุคคลภายนอก น่าสมเพชเวทนานัก

มานับๆ ดู กรณีการหนีทหารของอภิสิทธิ์ สร้างเวรก่อกรรมให้ผู้คนอีกมากมาย จากการใช้อำนาจและเงินเพื่อปลอมเอกสารซ้ำซ้อนหลายชุดหลายฉบับ มากจนเรียกได้ว่า นายอภิสิทธิ์ยังกล้าทำหน้าระรื่นเหมือนทอง(ชุบ)ไม่รู้ร้อนได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล้าอาสาออกมาเป็นตัวแทนของพรรคการเมืองที่เก่าแก่สุดของประเทศไทย แถมยังหน้าด้านรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มีที่มาที่พิกลพิการอีกต่างหาก

กรณีหนีทหารของนายอภิสิทธิ์นี่ ถ้าพิจารณาจริงๆ นายอ่อนหัดนายนี้ทำเองไม่ได้หรอก ถ้าไม่มีคนช่วย อย่าลืมว่า ขบวนการออกเอกสารปลอมนี่มีคนเกี่ยวข้องจำนวนมาก หลายคนก็เกษียณไปแล้ว หลายคนก็ออกจากตำแหน่งก่อนเกษียณ แถมบางคนยังมาให้ข่าวว่า ตัวเองถูกปลอมลายเซ็น!

ด.ช.อภิสิทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2507 เมื่อมีอายุครบ 17 ปี ย่างเข้า 18 ปี หนุ่มน้อยอภิสิทธิ์ก็ต้องเข้ารับการขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองเกินในปี 2524-2525 และต้องได้รับหมายเรียกเกณฑ์ทหารเมื่ออายุครบ 20 ปี ในปี 2527 ต้องเข้ารับการตรวจเลือกเกณฑ์ทหารในปี 2528

แต่ปี 2524 หนุ่มอภิสิทธิ์อ้างว่าไปศึกษาต่อที่อังกฤษจึงไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองเกิน รอจนกระทั่งเรียนจบในเดือนมิถุนายน 2529 จึงไปขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองเกินที่จะได้ใบ สด.9 ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2529 ขณะที่นายอภิสิทธิ์มีอายุ 22 ปี

หาพิจารณาให้ดีในวัยหนุ่มของนายอภิสิทธิ์นั้น เขาคงยังไม่มีทั้งเงินทองและบารมีไปจ้าง ไปไหว้วาน บังคับให้ใครปลอมเอกสารราชการให้ ถ้าไม่ใช่เพราะบุคคลที่เขาต้องรักและนับถือ และแน่นอนเราคงเดากันได้ไม่ยากนักว่า บุคคลที่นายอภิสิทธิ์รักและนับถือผู้นั้นคือใคร ถ้าไม่ใช่บิดาของตนเอง

ลองพลิกปูมดูประวัติบิดานายอภิสิทธิ์ ก็ใช่มิสเตอร์โนเนมที่ไหน

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตเคยเป็นถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายกราชบัณฑิตยสถาน และ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทและระบบสมองของไทย บิดาของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ของประเทศไทย

ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ เกิดวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2478 เป็นบุตรคนที่ 7 ในจำนวน 10 คนของนายโฆสิต เวชชาชีวะ น้องชายของพระบำราศนราดูร (หลง เวชชาชีวะ) อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ พำนักอยู่ที่ 32 ซอย 32 (สวัสดิ์) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทร. 259-2316 โทรสาร 258-4798

ในปี พ.ศ. 2531 ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ ได้เป็นที่ปรึกษา รมว.กระทรวงสาธารณสุข และต่อมาในปี 2534 จึงดำรงตำแหน่ง รมช.กระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาหลายสมัย ในปี พ.ศ. 2529, พ.ศ. 2532, และ พ.ศ. 2538

คนเป็นพ่อคนทุกคน ย่อมรักลูก ปรารถนาดีต่อลูก และอยากปูทางเตรียมอนาคตลูกให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำให้ได้ รวมถึงการปกป้องไม่ต้องให้ลูกชายผู้ดีตีนแดงสุดที่รักต้องตกระกำลำบาก ฝึก รด. หรือกลายเป็นพลทหาร ผิดหรือที่หัวอกพ่อจะทำทุกอย่างเพื่อลูก ในเมื่อพ่อของคนทั้งโลกก็ทำเช่นนั้น

เรื่องราวมันจึงกลับกลายเป็นดาบมาทิ่มแทงลูกชายผู้ดีสุดที่รัก ถูกจัดเตรียมให้มีเอกสารทหารปลอมสองใบ ถูกอุปโลกน์ให้เป็นครูของทหาร ถูกปั้นให้เป็นผู้นำพรรคการเมือง ถูกดันดาราให้มาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และกลายเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าสั่งสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเกือบร้อยศพ

ความรักของพ่อที่รักสุดโต่งจนเป็นพิษที่กำลังทิ่มแทงผู้ชายสกุลเวชชาชีวะทั้งสองให้แปดเปื้อน สองพ่อลูกสร้างรอยมลทินให้กับวงสกุลอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทุกวันนี้ เวชชาชีวะสายนี้คงไม่กล้าจะเดินถนนตามลำพังเป็นแน่แท้

และนี่แหละหนา เป็นเหตุให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงกล้าประกาศเสียงดังว่า เขาไม่ใช่คนปลอมเอกสารทหาร เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังการปลอมเอกสารเป็นผู้ที่ให้กำเนิดเขามานี่เอง

Posted on: 10/08/2012, by : webmaster
%d bloggers like this: