เปิด “คำสั่ง ศอฉ.”… เจตนาให้ “ตาย” …เทียบไม่ได้ กับ “ปราบยาเสพติด” !

“ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พยายามออกมาบอกว่า “
ผู้พิพากษาต่างประเทศได้มีหนังสือตอบกลับ กรณี นายกษิต ภิรมย์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อให้รับคดีฆ่าตัดตอนจากนโยบายการปราบปรามยาเสพติดสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยยืนยันว่าอัยการพร้อมที่จะรับข้อมูลต่างๆ จากฝั่งผู้เสียหายมาประกอบการพิจารณา

ซึ่งขณะนี้ “นายกษิต” กำลังตั้งคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมหลักฐานและข้อมูล ส่งเพิ่มเติมไปที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ

แม้ข้อเท็จจริงจะยังไม่ชัดเจนว่าสิ่งที่ “ชวนนท์” ออกมาพูดนั้นจริงหรือไม่ เพียงใด
เพราะครั้งหนึ่ง “คนไทย” เคยถูกหลอกจาก “พลพรรคประชาธิปัตย์” มาแล้วครั้งหนึ่ง เรื่อง “ตำรวจสากล” ที่ “ศิริโชค โสภา” วอลเปเปอร์ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” พยายามบอกว่ากำลังไล่จับ “พ.ต.ท.ทักษิณ” แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องโอละพ่อ !!!

แต่หากเราย้อนไปดู คำประกาศ “ทำสงครามกับยาเสพติด” ช่วงปี 2546 ของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” นั้นหลายหน่วยงานได้ออกมาตอบรับนโยบาย

โดยทุกหน่วยงานจะมี “หลักการ” แทบจะเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมดคือ 1.จำนวนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดต้องหมดไป  2.จำนวนผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้จำหน่ายต้องหมดสิ้นไป  3.จำนวนผู้เสพเข้ากระบวนการบำบัดรักษาไม่น้อยกว่าร้อยละ 504.เข้าสู่กระบวนการทำให้เกิดหมู่บ้าน ชุมชนเข้มแข็ง ครบทุกแห่ง  5.ประชาชนมีความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของประชาชนในภูมิภาคแต่ละพื้นที่ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

ซึ่งจะเห็นว่า ไม่มีหลักการใดเลยที่จะไป “สั่ง” ให้ “เจ้าหน้าที่” ไปดำเนินการ “ฆ่าประชาชน” !
แต่แตกต่างอย่างชัดเจน กับกรณีคำสั่งของ “ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน” หรือ “ศอฉ.” ที่สั่งให้ “เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร” ติดอาวุธจริง รวมไปถึงการ “สั่งให้ยิงประชาชน” และการใช้ “พลแม่นปืน” และ “พลซุ่มยิง” ลิบลับ !

โดยเฉพาะ เลขสารลับ สยก.ศอฉ. ที่ กห.0407.45 (สยก.)/130 ลงวันที่ 17 เม.ย. 53  (ดูเอกสารฉบับเต็มได้ที่เว็บไซด์ประชาไท  http://prachatai.com/journal/2012/08/42125)

เรื่อง “ขออนุมัติแนวทางการปฏิบัติในการใช้อาวุธเพื่อ รปภ. ที่ตั้งหน่วยและสถานที่สำคัญ รวมทั้งการปฏิบัติ ณ จุดตรวจ/ด่านตรวจและสายตรวจเคลื่อนที่” ลงนามโดย พล.ท.อักษรา เกิดผล หน.สยก.ศอฉ. เสนอ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศอฉ. นั้น

ในข้อ 2.4 นั้นระบุแนวทางปฏิบัติเฉพาะเหตุการณ์ว่า ถ้าผู้ก่อเหตุพยายามหลบหนี ให้ใช้เทคนิคการต่อสู้ระยะประชิด,การยิงเตือนและการใช้อาวุธยิงในจุดที่ไม่สำคัญของร่างกายเพื่อหยุดการเคลื่อนที่ของผู้ก่อเหตุ

และข้อ 2.5 ในกรณีพบความผิดซึ่งหน้าในลักษณะผู้ก่อเหตุใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ หรือใช้อาวุธ/วัตถุระเบิดต่อที่ตั้งหน่วยและสถานที่สำคัญที่ ศอฉ. กำหนด ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้อาวุธยิงผู้ก่อเหตุ เพื่อหยุดยั้งการปฏิบัติได้ แต่หากผู้ก่อเหตุอยู่ปะปนกับผู้ชุมนุมจนอาจทำให้การใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่ เป็นอันตรายต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ให้งดเว้นการปฏิบัติ ยกเว้นในกรณีที่หน่วยได้จัดเตรียมพลแม่นปืน (Marksmanship) ที่มีขีดความสามารถเพียงพอให้ทำการยิงเพื่อหยุดยั้งการก่อเหตุได้ นอกจากนี้หากหน่วยพบเป้าหมายแต่ไม่สามารถทำการยิงได้ เช่น เป้าหมายอยู่ในที่กำบัง ฯลฯ หน่วยสามารถร้องขอการสนับสนุนพลซุ่มยิง (Sniper) จาก ศอฉ. ได้

 

ซึ่งชัดเจนว่า “เจตนา” ของ “ศอฉ.”  ในการออก “คำสั่ง” ดังกล่าว น่าจะผ่านการประเมินสถานการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า จะมีการใช้ “อาวุธ” และจะมี”การสูญเสีย” จากการออกคำสั่งดังกล่าว ในการจัดการกับสถานการณ์ขณะนั้น

และแม้ใครต่อใคร จะมองเห็นได้ว่า  “ศอฉ.” จะมี  “เจตนา” ที่ชัดเจน เช่นนี้ “พรรคประชาธิปัตย์” ก็ยังไม่มีใครยอมรับและขอโทษ !!!

ซ้ำร้ายยังพยายามหาหนทาง “เบี่ยงกระแส” ด้วยการ “ป้ายสีความผิด” ให้คนอื่น ในแบบที่ “ปชป.” ถนัด !!!

Posted on: 15/09/2012, by : bigeditor
%d bloggers like this: