“ความจริงไม่มีสี”…แต่มี “นิยายชายชุดดำ”

กระบวนการสร้างวาทกรรม “ชายชุดดำ” และประติดประต่อเรื่องราว “กองกำลังติดอาวุธ” ในกลุ่มประชาชนผู้ชุมนุมในนามแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553
เริ่มมีตั้งแต่ “กลุ่มคนเสื้อแดง” ยังไม่เริ่มชุมนุมใหญ่ มาจนกระทั่งทุกวันนี้ ที่การชุมนุมยุติไปแล้ว แต่การสร้าง “นิยายชายชุดดำ” ในกลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังไม่ยุติ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “สาวก ปชป.” ก็จัด “แรลลี่” ตามหา “ชายชุดดำ”
วันก่อน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็เปิดหนังสือ “ความจริงไม่มีสี” ป้ายสี “ประชาชน” ผู้มาชุมนุม ซ้ำเติมเข้าไปอีก
ซึ่งก็มีคำถามว่า เหตุการณ์ผ่านมาตั้งเกือบ 3 ปี เพราะอะไร ปชป. จึงลุกขึ้นมาปั่นกระแส “ชายชุดดำ” เพื่ออะไรในช่วงนี้
ถ้าตอบกันแบบบ้านๆ ก็คงบอกว่า การใส่ร้ายเรื่อง “ชายชุดดำ” ให้กับ “คนเสื้อแดง,พรรคเพื่อไทย และรัฐบาล” นั้นเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด ที่จะช่วยให้ “ปชป.” มีคนหันมามอง ในช่วงที่กระแสพรรคตกต่ำสุดขีด หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งให้กับพรรคเพื่อไทย
โดยเฉพาะ “คนกรุงฯ” ในช่วงใกล้จังหวะที่จะได้ รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง “ผู้ว่า กทม.” ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
จึงอาจจะจำเป็นที่จะต้องปลุกกระแสบางอย่าง ขึ้นมาพยุงอาการที่่กำลังร่อแร่ !!!

ซึ่งในสถานการณ์หนึ่ง ถ้าคุณจะเป็น “พระเอก” ได้คุณก็ต้องสร้าง “ตัวร้าย” ขึ้นมาให้ผู้คนได้เห็นเสียก่อน
และในสถานการณ์ที่ผ่านมา “อภิสิทธิ์” และ “พรรคประชาธิปัตย์” ก็พยายามส่งสัญญาณว่าตัวเองเป็น “พระเอก” โดยมี “ชายชุดดำ” เป็นตัวร้าย และ “ประชาชนคนเสื้อแดง” เป็น “ผู้บงการตัวร้าย”
ซึ่งเป็นความพยายามของ “ปชป.” ที่จะสร้างวาทกรรมและปะติดปะต่อเรื่อง “ชายชุดดำ” ให้เป็น “นิยายก่อนนอน”
อย่างกรณีการปรากฎขึ้นของ “ชายชุดดำ” ในเหตุการณ์สลายการของคืนพื้นที่การชุมนุม บริเวณสี่แยกคอกวัว และถนนราชดำเนินนั้น ไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุ “รัฐบาล” ก็เป็นผู้ประกาศ ให้ “นปช.” ถอนการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ แล้วให้กลับไป “ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ” ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เพียงจุดเดียว
และ “รัฐบาล” เป็นผู้เสนอให้ขอพื้นที่ “ราชประสงค์” คืน
แต่ ! ในวันที่ 10 เมษายน 2553 รัฐบาลกลับสั่งการให้ “ศอฉ.” ปฏิบัติการสลายการชุมนุมที่บริเวณสี่แยกคอกวัวและถนนราชดำเนิน ใน เวลา 13.30 น.
โดยไม่มีการแจ้งเตือนให้ผู้ชุมนุมทราบล่วงหน้า !
ถ้าถามว่าทำไม ? “รัฐบาล” เองต้องพลิกลิ้น เปลี่ยนคำพูดในแค่ข้ามคืน ?
แหล่งข่าว “แวดวงสีเขียว” ให้เหตุผลว่า “ทหารที่ถูกส่งเข้ามาพำนักในค่ายเลียบถนนพหลโยธิน นานนับเดือนก่อนปฏิบัติการณ์
โดยที่ทุกนาย ได้รับการฝึกฝนการต่อสู้ใน “สมรภูมิผ่านฟ้า” แบบจำลองมาจนชำนาญ
ดังนั้นการจะส่งไปปฎิบัติการสลายการชุมนุมบริเวณสี่แยก “ราชประสงค์” จะไม่เหมาะสมนัก
ซึ่งคำพูดเหล่านี้ รัฐบาลในสมัยนั้นคงไม่กล้าออกมาปฎิเสธว่า “ไม่เป็นความจริง” !

เอาละ ! ถ้าเขากล่าวหาว่ามี “ชายชุดดำ” จริง และเป็นผู้ที่ยิง “M79” จริง ในช่วงเกิดเหตุ
ก็ปรากฎว่า หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม 2553 ยุติลง
เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมตัว “นายวัลลภ พิธีพรม” เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 ซึ่งคนใน “รัฐบาล” ขณะนั้น และ นักการเมือง ใน “พรรคประชาธิปัตย์” หลายคนก็ออกมาระบุว่าการจับกุมตัว “นายวัลลภ” เป็นเครื่องมือยืนยัน “นิยายชายชุดดำ”
โดยมีการหยิบยก ข้อมูลของ ศอฉ. มาระบุว่า มีการยิง M79 ทั้งหมด 72 นัด ในสถานที่สำคัญต่างๆ ในหลายจังหวัด
แล้วมันเป็นไปได้หรือไม่ ที่ “นายวัลลภ” จะกระทำได้ถึงขนาดนั้น
ที่สำคัญ คือเพียงแค่ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางเพื่อก่อเหตุ โดยไม่ถูกด่านตำรวจและทหารตรวจค้น ก็ไม่น่าจะเป็นจริงได้แล้ว
ซึ่งท้ายที่สุด ศาลก็ “ยกฟ้อง” ไปเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2555
นอกจากนี้ “ศาล” ก็ตัดสินว่า เป็น “เจ้าหน้าที่รัฐ” ที่เป็นผู้ยิง นายพัน คำกอง แท็กซี่เสื้อแดงเสียชีวิต ในช่วงที่เกิดเหตุวุ่นวายทางการเมือง

เหล่านี้คือ “ความจริงไม่มีสี” ของจริง เพราะมีทั้ง “ผู้เสียหาย-ผู้เสียชีวิต” ไปจนถึง “พยาน –หลักฐาน” และ “คำพิพากษา” 

ซึ่งไม่ใช่ “นิยาย” ที่ “นายอภิสิทธิ์” และ “พรรคประชาธิปัตย์” กำลังปรุงแต่งขึ้นด้วยการอุปโลกหนังสือ “ความจริงไม่มีสี” ขึ้นมายืนยัน “นิยาย” ของตัวเองว่าเป็นเรื่องจริง !!!

Posted on: 18/10/2012, by : bigeditor
%d bloggers like this: