โอ้ ดาวดับ ลาที ร.ต. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้ถูกริบยศ!

สะเทือนไปทั้งแผ่นดิน เมื่อกระทรวงกลาโหม ลงนามโดย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ลงนามในคำสั่งกระทรวงกลาโหม เรื่อง ให้ปลดทหารสัญญาบัตรออกจากราชการ นายทหารสัญญาบัตรคนที่ว่านั้น ก็คือ ร้อยตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คำสั่งที่ลงนาม ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 นี้มีผลบังคับให้ย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2531 เป็นต้นไป

ร้อยตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือชื่อเกิดว่า มาร์ก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ละติน: Mark Abhisit Vejjajiva เกิด 3 สิงหาคม พ.ศ. 2507) ผู้เคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย (ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร และรักษาการต่อถึงวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554) และเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนปัจจุบัน (ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2548) เนื่องจากเป็นหัวหน้าพรรคใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วย (อ้างอิงจากวิกิพิเดีย)

เหตุการณ์การริบยศ ครั้งอัปยศแก่วงศ์ตระกูล “เวชชาชีวะ” ในครั้งนี้ เราเคยเขียนถึงไปแล้วถึง 3 ตอน ได้แก่ ร.ต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนที่ 1, ร.ต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนที่ 2 และ ร.ต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนที่ 3 มาวันนี้ เราก็ต้องบอกอัพเดทสถานการณ์ของ “ร้อยตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นตอนที่ 4 และยังไม่รู้ว่า หนังดราม่าชีวิตเรื่องนี้ จะยาวนานกี่ซีรีย์กว่าจะถึงตอนจบที่ศพไม่สวย หมอไม่รับเย็บเสียที

อดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ มีถึงสองสัญชาติ และเป็นหนึ่งในอดีตนายกรัฐมนตรีที่มือเปื้อนเลือดมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย นับตั้งแต่ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข จากเหตุการณ์ล้อมปราบประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการยุบสภาในปี พ.ศ. 2553 จนมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 99 คนแล้ว นับถึงวันที่บันทึกเอกสารฉบับนี้

อดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ผู้มีชาติกำเนิดงดงาม ครั้งหนึ่งถึงกับเคยได้รับคำชมจากประธานองคมนตรี พลเอก เปรม ตินสูลานนท์ ว่า “เป็นคนดี” ในวันนี้กลับมาเรื่องของการหลบหนีการเกณฑ์ทหาร และที่เลวร้ายกว่านั้นคือ การลงทุนจ้างคนปลอมแปลงเอกสารทางราชการว่าได้รับการผ่อนผันทหารแล้ว! มิหนำซ้ำยังกล้านำเอกสารปลอมดังกล่าวไปใช้สมัครเป็นครูบาอาจารย์ในโรงเรียนเตรียมทหาร หน้าด้านเกินกว่าจะบรรยายหมด

ชาวบ้านยากไร้ยังมิกล้าแม้แต่จะคิดทำเช่นนั้นเลย

สำหรับคนที่ก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศนั้น ย่อมเป็นที่รู้และยอมรับกันโดยทั่วไปว่า จะต้องเป็นบุคคลที่มีจริยธรรมสูงกว่าบุคคลทั่วไป ดังนั้น จึงต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นไปถึงทรัพย์สินส่วนตน คู่สมรสและของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ การปลอมแปลงเอกสารราชการจึงเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงว่าคนระดับอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยจะทำได้!!

แต่ “ร้อยตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็ได้ทำไปแล้ว

นับจากนี้ต่อไป หลังถูกริบยศ ริบเงินเดือน “ร้อยตรีอภิสิทธิ์” ทำได้แค่เป็น “นายอภิสิทธิ์” แบบคนเดินดินกินข้าวแกงทั่วไป และผลต่อเนื่องที่จะได้รับจากการเป็น “นายอภิสิทธิ์ ผู้ถูกริบยศ” ก็คงจะเป็น ..

ยัง! อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องราวของ อภิสิทธิ์ จะจบเพียงแค่นี้ เพราะยังมี ศาลโลก ณ กรุงเฮก รอวันให้ อภิสิทธิ์ ไปขึ้นศาลในฐานะอาชญากรต่อมนุษยชาติอีกคดี นับถอยหลังให้กับบุคคลสองสัญชาตินายนี้กันเถอะ

Posted on: 08/11/2012, by : webmaster
%d bloggers like this: