แฉ ที่มาข้อหา “ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายฯ” กรรมติดจรวด…ตามทัน “อภิสิทธิ์” !

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2555 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาฐาน “ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล” ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
โดยทั้งหมดทั้งมวลมีที่มาจาก คำสั่งกระชับพื้นที่การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน-15 พฤษภาคม 2553 จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ นับร้อยนับพัน
ซึ่งทันทีที่มีการรับทราบข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ “ฝ่ายหนึ่ง” ก็ออกมาบอกว่าว่า “ข้อกล่าวหา” ที่ “ดีเอสไอ” บรรจงมอบให้ “อภิสิทธิ์” และ “สุเทพ” นั้นรุนแรงเกินไป !
แต่อีกฝ่ายก็ว่า “สาสม” แล้วกับกรรม ที่ได้กระทำให้มี ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต !
Siamleaks จึงไปเสาะแสวงหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อมาให้คำตอบว่า “ข้อกล่าวหา” ดังกล่าวนั้น “สาสม” กับการกระทำหรือไม่เพียงใด…
ก็บังเอิญไปพบว่า ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ ที่ปรากฏ ระหว่างนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และมีการชุมนุมคนเสื้อแดง กระทั่งมีการสั่งให้สลายการชุมนุมในที่สุดนั้น
หลายองค์กรที่มีหน้าที่ในการผดุงความยุติธรรม มีการจัดเก็บ และเรียงลำดับ เหตุการณ์เอาไว้ทั้งหมด เป็นฉากๆ
และ “ข้อมูล” ในหลายหน่วยงาน ก็ตรงกัน ราวกับตาเห็นว่า ใครคือผู้กระทำความผิด !!!
Siamleaks จึงตัดสินใจนำเสนอข้อมูลจากหน่วยงานหนึ่งมานำเสนอ…ให้ “คนไทย” ได้ทราบข้อเท็จจริง  ไปพร้อมๆ กับที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ได้รับทราบข้อกล่าวหา ว่าทั้งหมด มีที่มาที่ไป อย่างไร “ดีเอสไอ” ถึงบรรจงมอบ “ข้อกลาวหา” ดังกล่าวให้

.“12 มีนาคม 2553 ถึง 19 พฤษภาคม 2553 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้รวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย มีวัตถุประสงค์ให้ท่าน ซึ่งขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่…

…วันที่ 12 มีนาคม 2553 รัฐบาลซึ่งมีท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศพื้นที่ที่ปรากฏเหตุกระทบต่อความมั่นคง ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 และได้มีคำสั่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือกอ.รมน.ที่ 103/2553 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2553 จัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ ศอ.รส.ขึ้น โดยท่านในฐาน ผอ.รมน. ได้มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ ศอ.รส….

…7 เมษายน 2553 …ท่านในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุม ครม.เป็นกรณีพิเศษ แล้วอาศัยอำนาจตาม พรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.ขึ้น ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ พิเศษ 1/2553 ลงวันที่ 7 เมษายน 2553 โดยมอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ ศอฉ.…และในวันเดียวกันได้ออกประกาศ เรื่องการกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี รวมทั้งออกข้อกำหนดห้ามการชุมนุมและเข้าในเขตพื้นที่ต่างๆ …”

“…ท่านซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี มีอำนาจบังคับบัญชาหรือกำกับดูแล ศฮฉ. ตามกฎหมายซึ่งร่วมอยู่ในที่ประชุม ศอฉ. ได้มีคำสั่งปรากฏตามกระดาษเขียวข่าว ลับมาก ที่ กห 0407.45/42 ลงวันที่ 10 เมษายน 2553 สั่งการให้ ศอฉ.ทำการผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอคืนพื้นที่และพื้นผิวการจราจรบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาสและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ได้ลงนามในคำสั่งถึงผู้ปฏิบัติและผู้รับทราบ…นอกจากนี้ยังสั่งการให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษทหารบก หรือ นปพ.ทบ.จัดชุดปฏิบัติการพิเศษใช้แก๊สน้ำตาทางอากาศ รวมทั้งอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธในการปฏิบัติการผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม…
…ต่อมาเวลาประมาณ 13.30 น.เจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับคำสั่งจากท่าน ผ่าน ผอ.ศอฉ.ได้ติดอาวุธ…ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารใช้ปืนลูกซองยาวและอาวุธปืนประจำกายอื่นๆ ยิ่งใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อผลักดันให้ถอยออกไป โดยกระสุนปืนถูก นาย…ถึงแก่ความตายในทันทีในที่เกิดเหตุที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการถนนราชดำเนินนอก…
…ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น….พื้นที่บริเวณถนนตะนาว ต่อเนื่องกับแยกคอกวัว โดยปรากฎข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้อาวุธปืนยิ่งใส่กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหลายนัด เป็นเหตุให้กลุ่มผู้ชุมนุมคือนาย…(หลายท่าน) ถึงแก่ความตายทันทีในที่เกิดเหตุหรือในเวลาต่อมา…บริเวณถนนดินสอ โรงเรียนสตรีวิทยา ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหลายนัดเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ชุมนุม คือนาย…(หลายท่าน) , นายฮิโรยูกิ มูราโมโต ผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่นถึแงแก่ความตายในทันทีในที่เกิดเหตุหรือในเวลาต่อมา…

17 เมษายน 2553…เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายยุทธการของ ศอฉ.ได้มีหนังสือขออนุมัติแนวทางการใช้อาวุธเพื่อรักษาความปลอดภัย ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ได้มีคำสั่งอนุมัติ ลงวันที่ 18 เมษายน 2553 ท้ายหนังสือ ด่วนมาก-ลับ สยก.ศอฉ. ที่ กห. 0407.45 (สยก.)/130 ลงวันที่ 17 เมษายน 2553 อนุมัติให้เจ้าหน้าที่ของ ศอฉ. สามารถใช้พลแม่นปืนกับผู้ชุมนุมได้

…18 เมษายน 2553 ท่านได้มีคำสั่งปรากฏตาม กระดาษเขียนข่าว ลับ-ด่วนที่สุดที่ กห 0407.45/148 ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศอฉ. ลงนามคำสั่งการให้ ศอฉ.ดำเนินการ…รวมทั้งกำหนดให้ใช้อาวุธปืนประจำกายได้กรณีจำเป็น…ซึ่งกรณีดังกล่าวอยู่นอกเหนือกฎการใช้กำลังหรือการสลายการชุมนุม…

…26 เมษายน 2553 ท่านได้มีคำสั่งปรากฏตามกระดานเขียนข่าว ลับ-ด่วนที่สุดที่ กห 0407.45/296 ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศอฉ.ลงนามสั่งการให้ ศอฉ.จัดตั้งด่านตรวจเข้มแข็งรอบพื้นที่การชุมนุมสี่แยกราชประสงค์…มีการกำหนดแนวห้ามผ่านเด็ดขาด…รวมทั้งกำหนดให้สามารถใช้อาวุธปืนประจำกายได้ในกรณีจำเป็น…ซึ่งกรณีดังกล่าวอยู่นอกเหนือกฎการใช้กำลังหรือการสลายการชุมนุม…

…14 พฤษภาคม 2553 ท่านได้มีคำสั่งปรากฏตามกระดาษเขียนข่าว ลับ ที่กห 0407.45/634 สั่งการให้ ศอฉ. ดำเนินการตามมาตรการปิดล้อม/สกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอคืนพื้นที่และผิวการจราจรบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลา 11.30 น.เป็นต้นไป และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารจัดวางกำลัง เข้าควบคุมพื้นที่รอบด้านของการชุมนุม…
บริเวณดังกล่าวปิดล้อมโดยสภาพ จึงไม่ปรากฏกองกำลังอื่นใดนอกจากเจ้าหน้าที่ที่ได้รับคำสั่งของ ศอฉ.ดังกล่าวข้างต้น กลับปรากฏว่ามีเพียงกลุ่มผู้ชุมนุม หรือแนวร่วม นปช.ถูกยิงจนเสียชีวิตอยู่บริเวณรัศมีที่ตั้งของหน่วยทหารในพื้นที่ต่างๆ

…18 พฤษภาคม 2553 ก่อนที่จะมีการเข้าขอคืนพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์…ตัวแทนวุฒิสภาได้เป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มผู้ชุมนุม…ช่วงเช้าวันที่ 18 พฤษภาคม 2553 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้แทน นปช.ได้แถลงต่อสื่อมวลชนตอบรับข้อเสนอ…และในเวลา 20.00 น.ผู้แทนสมาชิกวุฒิสภา และแกนนำผู้ชุมนุม ได้แถลงร่วมกันผ่านสื่อมวลชนถึงข้อตกลงและเงื่อนไขที่จะยุติการชุมนุม แต่ยังไม่มีท่าทีจากฝ่ายรัฐบาล…

ต่อมาวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ท่านได้มีคำสั่งปรากฏตามกระดาษเขียนข่าว ลับ ด่วนที่สุด ที่ กห 0407.45/717 ให้ ศอฉ. ดำเนินการตามมาตรการปิดล้อม/สกัดกั้นผู้ชุมนุมเพื่อขอคืนพื้นที่บริเวณสวนลุมพินีและพื้นที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่ 19 พฤษภาคม 2553 เวลา 03.00 น.…และสั่งการให้ใช้อาวุธเข้าปฏิบัติการในเวลากลางคืนต่อเนื่องจนถึงเช้า เป็เหตุให้มีการปะทะกัน มีนายฟาบิโอ โปเลงกี ผู้สื่อข่าวชาวอิตาลี…(อีกหลายท่าน)…เสียชีวิต …รวมทั้งขณะภายหลังแกนนำผู้ชุมนุมได้ประกาศยุติการชุมนุม และผู้ชุมนุมบางส่วนได้หลบหนีเข้าไปยังวัดปทุมวนาราม…ยังได้เกิดเหตุผู้ชุมนุมถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต…”
บทสรุป…

“…จากพยานหลักฐานที่รวบรวมมานั้นมีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าท่านในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งทราบวัตถุประสงค์ของการชุมนุมกลุ่ม นปช.ว่าต้องการเรียกร้องให้มีการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ …หากสั่งให้มีการปฏิบัติการ ถึงแม้จะหลีกเลี่ยงไม่ใช้ถ้อยคำว่าสลายการชุมนุม โดยเรียกว่าเป็นการขอคืนพื้นที่หรือกระชับวงล้อม ….แต่ก็มีวิธีการปฏิบัติที่จะต้องเข้าปะทะกัน…ย่อมจะต้องเกิดความสูญเสียต่อชีวิตร่างกาย แต่ท่านกลับใช้ สั่งการให้ ศอฉ.โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้ทหารนำกำลังพร้อมอาวุธปืนและกระสุนจริงเข้าขอยึดคืนพื้นที่…”
ตั้งแต่ต้นจนจบ…ตั้งแต่วันแรกกระทั่งวันสุดท้าย กับข้อกล่าวหา “ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล” ที่ นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ ได้รับนั้น …”กรรม” สมัยนี้ ติดจรวดมากแค่ไหน ???

Posted on: 14/12/2012, by : bigeditor
%d bloggers like this: